นัดชิงสุดมัน อาร์เจนตินา ดวลเป้าดับ ฝรั่งเศส 4-2 ผงาดคว้าแชมป์โลก

นัดชิงสุดมัน

นัดชิงสุดมัน ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา พบกับ “ตราไก่” ฝรั่งเศส ที่สนาม ลูซาอิล สเตเดี้ยม, ประเทศกาตาร์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา

เริ่มการแข่งขัน อาร์เจนตินา ครองเกมบุกเข้ากดดันทันที ในนาทีที่ 5 อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตร์ ได้ยิงไกลจากระยะ 25 หลา บอลพุ่งเข้าหาประตูแต่ตรงตัว อูโก้ โยริส รับได้อย่างง่ายดาย

ในนาทีที่ 20 ฝรั่งเศส มาได้ฟรีคิกริมเส้นฝั่งซ้าย อองตวน กรีซมันน์ เปิดโด่งไปเสาสองให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ได้พุ่งโหม่งเหินข้ามคานออกไป แต่จังหวะนี้ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกฟาวล์ในจังหวะเทกตัวไปแล้ว

ต่อมานาทีที่ 23 “ทัพฟ้าขาว” ลุยขึ้นทางซ้าย อังเคล ดิ มาเรีย กระชากหลุดเข้าเขตโทษก่อนโดน อุสมาน เดมเบเล่ ทำฟาวล์ ผู้ตัดสินเป่าทันทีก่อนเป็น ลิโอเนล เมสซี่ สังหารเข้าไปไม่พลาด อาร์เจนตินา ออกนำ 1-0

กระทั่งนาทีที่ 36 “ทัพฟ้าขาว” ได้สวนกลับ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตร์ หลุดเข้าเขตโทษก่อนเปิดไปเสาสองให้ อังเคล ดิ มาเรีย วิ่งมากดด้วยซ้ายตุงตาข่าย อาร์เจนตินา นำห่าง 2-0 พร้อมหมดครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับมาต่อในช่วงครึ่งหลัง ฝรั่งเศส แก้เกมมาเน้นขึ้นจากทางริมเส้น นาทีที่ 67 เตโอ แอร์กน็องเดซ ได้หลุดขึ้นมาทางซ้ายก่อนเปิดเข้าเขตโทษให้ อองตวน กรีซมันน์ แต่ คริสเตียน โรเมโร่ ตามสกัดทิ้งได้ทัน

ในนาทีที่ 70 “ตราไก่” ลุยขึ้นมาอีกครั้ง อาเดรียง ราบิโอต์ ลากลุยก่อนไหลคืนให้ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ลากตัดเข้าในแล้วกดด้วยขวาบอลพุ่งเหินข้ามคานออกไปอีก

ต่อมานาทีที่ 79 “ตราไก่” มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ นิโกลัส โอตาเมนดี้ ไปดึง โคโล มูอานี่ ล้มลงในเขต กรรมการเป่าทันทีก่อนที่ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ จะสังหารเข้าไปให้ ฝรั่งเศส ไล่มาเป็น 1-2

จนถึงนาทีที่ 82 จากบอลยาวขึ้นหน้า คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ทำชิ่งโหม่งให้ มาร์คุส ตูราม ก่อนเปิดตั้งให้ เจ้าตัวหลุดเข้าไปวอลเลย์ด้วยขวาเสียบเสาเข้าไปสุดงาม ฝรั่งเศส ตามตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ

ครบเวลา 90 นาที ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 2-2 ไม่มีผู้ชนะทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที ช่วงต่อเวลานาทีที่ 105 “ทัพฟ้าขาว” เกือบได้จากลูกยิงของ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ แต่บอลหลุดเสาแรกออกไป

ต่อมานาทีที่ 109 “ทัพฟ้าขาว” เปิดเกมได้สวย เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ จ่ายทะลุให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ หลุดเข้าไปยิงที่เสาแรก อูโก้ โยริส พุ่งปัดได้แต่ ลิโอเนล เมสซี่ ตามซ้ำข้ามเส้นเข้าไป อาร์เจนตินา ออกนำอีกครั้ง 3-2

กระทั่งในนาทีที่ 117 “ตราไก่” มาได้จุดโทษอีกหนจากจังหวะที่ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ยิงไปโดนแขนของ กอนซาโล่ มอนทรีล ผู้ตัดสินเป่าเป็นแฮนด์บอล ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกมาสังหารเองให้ ฝรั่งเศส ตีเสมอได้ 3-3 และเป็นแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้

จบการแข่งขัน 120 นาที ยังไม่มีใครเป็นฝ่ายชนะทำให้ต้องไปตัดสินกันด้วยการดวลลูกจุดโทษ และเป็น “ทัพฟ้าขาว” อาร์เจนตินา เป็นฝ่ายที่เอาชนะ ฝรั่งเศส ไปได้ 4-2 คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ไปครองได้สำเร็จ และถือเป็นแชมป์สมัยที่ 3 หลังก่อนหน้านี้เคยครองแชมป์เมื่อปี 1978 และปี 1986

 

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม : ข่าวกีฬาล่าสุด
อ่านข่าวฟุตบอลต่างประเทศได้ที่ : ข่าวบอลออนไลน์
ติดตาม Facebook fanpage : UFA365CLUB